Mod ตัวใหม่ ARK : Survival Evolved เพิ่มไดโนเสาร์กว่า 100 สายพันธุ์

ARK Survival 01

Studio Wildcard แจ้งข่าวข่าวดีแก่บรรดาแฟนๆเกม ARK : Survival Evolved ว่าขณะนี้ยอดการจำหน่ายเกมพุ่งทะยานทะลุไปถึง 5 ล้านแผ่นแล้ว โดยหนึ่งล้านแผ่นนั้นสามารถขายได้บนเครื่อง Xbox One และอีกสี่ล้านแผ่นนั้นสามารถขายได้บนเครื่อง PC เจสซี่ย์ แร็ปแซ็กส์ ผู้ร่วมก่อตั้งค่าย Studio Wildcard ได้กล่าวว่าในงาน PAX East 2016 ณ เมืองบอสตัน เมื่อวานนี้ (23 เมษายน) ว่า “ARK’s สามารถทำยอดขายได้ทะลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จมากกว่าที่เราคิดไว้ นั่นเป็นเพราะผู้เล่นของเราต่างช่วยให้เกมได้รับความนิยม อีกทั้งพวกเขายังคอยให้คำแนะนำและมอบความทะเยอทะยานแก่เราในการพัฒนาเกมต่อไป ถือเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่ามากจริงๆ” เขายังกล่าวเสริมต่อไปว่า “เมื่อเราเริ่มปล่อยเกมออกสู่มือผู้เล่นครั้งแรก เรามีไดโนเสาร์เพียงแค่ 70 กว่าสายพันธุ์เท่านั้น แต่ตอนนี้เรามีไดโนเสาร์อยู่ในเกมมากกว่า 100 สายพันธุ์ เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าเราจะผลิต Mods เกมใหม่ หรือทำระบบต่างๆเพิ่มอีก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเรากำลังจะเพิ่มระบบใหม่เข้าไปในเกมอีกมาก คุณสมบัติใหม่ๆทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้นจะทำให้เกมมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน และยังคงต้องใช้เวลาอีกนิดที่จะทำให้มันสมบูรณ์ก่อนปล่อยออกมา”

ARK Survival 02

หลังจากที่ทาง Studio Wildcard ได้ออกมาแถลงว่ายอดขายของเกมทะลุเป้าที่ห้าล้านแผ่นแล้ว พวกเขาก็ยังได้เผยรายละเอียดของ Mods ใหม่ที่กำลังจะปล่อยให้ได้เล่นกันเร็วๆนี้ โดย Mods ดังกล่าวนั้นจะเป็นแผนที่ใหม่ที่มีชื่อว่า “The Center” โดยทางค่ายคาดว่าน่าจะเปิดให้ผู้เล่นได้เล่นกันจริงๆในราวเดือนพฤษภาคมนี้ โดยรายละเอียดของแผนที่ดังกล่าวนั้นจะเป็นศูนย์รวมของ biomes ใหม่ๆหลายชนิดรวมทั้งดันเจี้ยนล เกาะลอยน้ำ, น้ำตกสุดขอบโลกที่เรียกว่า “end-of-the-world waterfalls” มีซากสิ่งก่อสร้างปรักหักพังมากมาย รวมไปถึงความลับบนเกาะอีกมากมายที่จะรอให้ผู้เล่นได้เข้าไปสำรวจและค้นหา และนอกจากนี้แผนที่ของโลกเดิมก็จะถูกขยายออกไปด้วย ส่วนอีกหนึ่ง Mods ที่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดมากนักมีชื่อว่า Primitive+ ซึ่งน่าจะเป้น Mods mเตรียมให้ผู้เล่นได้มาประลองกันสู้กัน ความพิเศษคือสู้กันด้วยแค่ไม้และหินเท่านั้น ไม่สามารถใช้อาวุธพวกโลหะ เช่น ดาบหรือปืนได้ ซึ่งก็จะให้คุณเข้าไปสัมผัสได้ง่ายๆเพียงเปิดโหมดที่อยู่ในแผนที่เท่านั้น

 

เอาเป็นว่าอดใจรอกันอีกหน่อยนะครับสำหรับแฟนๆเกม ARK : Survival Evolved เพราะทาง Studio Wildcard เขาก็ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดกันถึงขนาดนี้แล้ว เชื่อว่าคงไม่น่าปล่อยให้แฟนๆต้องผิดหวังกับ Mods ตัวใหม่กันอย่างแน่นอน

CCP เผยภาพตัวอย่างเกมใหม่ Project NOVA

eve-online-fanfest

ในงาน EVE FanFest ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 เม.ย ที่ผ่านมา ณ เมืองเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ นอกจากจะเป็นงานที่เหล่าผู้เล่นเกม EVE Online ได้พบปะกันกับบรรดาผู้เล่นจากทั่วโลกแล้ว ล่าสุดทางด้านของตัวแทนจาก CCP ผู้ผลิตและผู้พัฒนาเกม EVE Online ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงรายละเอียดอย่างเป็นทางการของเกมใหม่ที่มีชื่อว่า “Project NOVA” ซึ่งเป็นเกมแนว FPS ที่จะเปิดให้เล่นฟรีในอีกไม่ช้านี้ว่า ขณะนี้ตัวเกมกำลังอยู่ในช่วงการพัฒนาโดยมีฐานการผลิตอยู่ที่สตูดิโอเกมในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยเกมนี้จะเป็นเกมแนว FPS ที่ให้ผู้เล่นได้ออนไลน์ต่อสู้กันแบบ 6v6 ซึ่งทาง CCP เองก็ได้เซ็ทเกมนี้ให้มีฉากและเรื่องราวอยู่ในจักรวาลเดียวกับเกม EVE Online ด้วย

eve-online-fanfest2 

ทีมงานพัฒนาเกมในเซี่ยงไฮ้ คือผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างเกมของค่าย CCP มาแล้วมากมาย อาทิ DUST 514 แต่เกมนี้จะมีความพิเศษแตกต่างออกไป และจะไม่สามารถออนไลน์หรือเชื่อมต่อกับเกม EVE Online ได้ แม้ตอนนี้เกมยังอยู่ในระหว่างพัฒนาและทางทีมงาน CCP เองก็ได้กล่าวในงานว่า “นี่ถือเป็นความทะเยอทะยานใหม่ของเกมแนว MMO เลยก็ว่าได้” ส่วนทางด้านผู้เข้าร่วมงานที่ได้ทดลองเล่นเกมในงานเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ได้ให้สัมภาษณ์กับ MMORPG.com ว่า “ตัวเกมนั้นยังคงค่อนข้างช้า แต่ว่าการเล่นเกมก็จะเน้นไปที่แนว Tactical และการวางแผน” ส่วนแผนที่ในตัวเกมที่ได้ลองเล่นนั้นได้ถูกเซ็ทเป็นยานลำหนึ่งในจำนวนหลายลำของจักรวาล EVE ที่ลอยอยู่ท่ามกลางดาวเคราะห์และดาวเคราะห์น้อยต่างๆมากมาย ส่วนเป้าหมายในการเล่นเกมก็คือ ผู้เล่นที่ออนไลน์เข้าต่อสู้กันแบบ 6v6 ฝ่ายหนึ่งต้องพยายามทำลายยานหรือควบคุมยาน หรือยึดจุดยุทธศาสตร์ที่เกมกำหนดเอาไว้ให้ได้ ส่วนอีกทีมก็ต้องคอยขัดขวาง และพยายามไม่ให้อีกทีมทำสำเร็จ โดยผู้เล่นก็จะสามารถเลือกตัวฮีโร่ไปได้ 3 สาย คือ Heavy, Medium และ Light ซึ่งแต่ละสายก็จะมีอาวุธและสกิลที่แตกต่างกันออกไป

eve-online-fanfest3

สำหรับเกมเมอร์คนใดที่ยังคงเฝ้ารอเกมนี้ก็คงต้องรอกันต่อไปอีกหน่อย เพราะทาง CCP เองแจ้งมาว่ายังคงต้องมีการพัฒนาต่อในบางจุด เพื่อทำให้เกมดูมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งมีบั๊คบางจุดที่ยังต้องแก้ไข แต่รับรองว่าอีกไม่นานเกินรอเราคงได้เล่นเกมนี้กันอย่างแน่นอน

วิธีใช้ VPN เพื่อเล่น Facebook, Twitter, Youtube ในประเทศจีน

Facebook-Censored-China

มีหลายคนที่จำเป็นต้องเดินทางไปประเทศจีนแล้วอาจจะกังวลเรื่องการติดต่อสื่อสารกลับมาเมืองไทย ซึ่งหากเป็นช่องทางการสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง แต่หากใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อติดต่อแล้ว ดูจะเป็นไปได้ไม่ง่ายเลยในประเทศจีน

ประเทศจีนทุกวันนี้ยังมีระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ถึงว่าจะยุคปัจจุบันจะมีลดหย่อนด้านต่างๆแล้ว แต่ก็ยังถือว่าความเคร่งครัดอยู่พอสมควร ซึ่งการใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศจีนก็เป็นสื่อหนึ่งที่รัฐบาลจับตาเฝ้าระวังเป็นพิเศษ รัฐบาลจีนได้สร้างสิ่งที่เรียกว่า Great Firewall (เหมือนเป็นกำแพงเมืองจีนเวอร์ชั่นไซเบอร์) เพื่อเก็บข้อมูลการใช้อินเตอร์เน็ตของคนในประเทศและที่สำคัญคือ มันใช้บล็อคเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นต่างๆบนมือถืออีกด้วย

vpn-china

ผู้ที่เดินทางไปที่ประเทศจีนต้องประสบกับปัญหานี้อย่างแน่นอน เพราะทางการจีนได้ทำการบล็อคเว็บไซต์สำคัญๆ เช่น Google, Facebook , Youtube และ Twitter เป็นต้น แค่ 4 เว็บไซต์ที่ว่ามาก็แทบทำไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ ส่งอีเมล์ไม่ได้ เข้าไปดูเฟสบุ๊คไม่ได้ แชทผ่านเฟสบุ๊คก็ไม่ได้ ดูหนังฟังเพลงบนยูทูปไม่ได้ ทวิตเตอร์คนไทยส่วนใหญ่อาจจะไม่มีปัญหาเพราะไม่ค่อยได้ใช้งาน แต่แค่นี้ก็ทำให้คอมพิวเตอร์หรือมือถือหลายๆคนแทบจะกลายเป็นที่ทับกระดาษไปเลยทีเดียว

how-vpn-works

ยัง แค่นั้นยังไม่พอ ในมือถือก็ยังมีการบล็อคแอพพลิเคชั่นอีกด้วยเช่นกัน แน่นอนว่า Facebook ,Youtube และ Twitter บนมือถือก็จะใช้งานไม่ได้เช่นเดียวกับเว็บไซต์ โปรแกรมแชทที่นิยมในหมู่คนไทย line, what’s app , facebook และอื่นๆอีกมากมายก็ไม่สามารถใช้งานได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เดินทางไปประเทศจีน ไม่ว่าจะไปท่องเที่ยว ไปศึกษาต่อ ไปทำงาน หรือไปพำนักอาศัยในระยะยาว

หลายๆท่านที่ไปท่องเที่ยวในระยะเวลาสั้นๆอาจจะเคยเปิดบริการโรมมิ่งของผู้ให้บริการมือถือค่ายต่างๆ แต่แน่นอนว่ามีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงและแบนวิธการใช้งานที่จำกัด อีกทั้งยังมีความเสี่ยงเรื่องบิลช็อค (เน็ตไหลไม่รู้ตัว) กลับมาเมืองไทยเจอบิลค่าใช้งานอินเตอร์เน็ตแบบโหดๆ เป็นหลักหมื่น หลักแสนก็ยังมี ทางออกที่แสนจะง่ายคือ ซื้อบริการ VPN จากประเทศไทย ท่านรู้หรือไม่ว่าประเทศไทย มีผู้ให้บริการ VPN ที่มีคุณภาพเทียบเท่าต่างประเทศแต่ราคาถูกกว่ากันเกือบเท่าตัว แถมช่องทางการชำระเงินก็แสนสะดวกสบายที่เว็บไซต์ GOONVPN.com

vpn-for-facebook

GO ON VPN เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องระบบ VPN และเป็นทีมงานให้บริการ VPN รายแรกๆในประเทศไทย ท่านสามารถซื้อ VPN แล้วติดตั้งลงในอุปกรณ์ของท่านทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊ค,แท็ปเล็ต หรือมือถือ (ไอโฟน, แอนดรอย) สามารถแก้บล็อค Facebook , Google , Youtube และ Line ได้ทุกอุปกรณ์การใช้งาน ง่ายๆเพียงแค่สมัครสมาชิก แล้วลงโปรแกรม VPN ของ GO ON VPN จากนั้นท่านก็กดปุ่มเลือกเซิฟเวอร์เพื่อเชื่อมต่อ แค่นี้ท่านก็สามารถเล่นเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นที่ถูกจีนบล็อคได้ทั้งหมด หากสนใจหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าเว็บไซต์ GOONVPN.com

VPN กับความปลอดภัยของข้อมูล

Best-VPN-Banner

ปัจจุบันนี้กลุ่มผู้ใช้งาน VPN (Virtual Private Network) หรือเครือข่ายส่วนตัวเสมือน ทั้งในรูปแบบที่ใช้บริการฟรี หรือเสียเงินค่าบริการให้กับผู้ให้บริการด้านนี้ อาจจะต้องมาคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยกันบ้างแล้ว หลังจากที่มีกลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในประเทศอิตาลี และสหราชอาณาจักรที่ตั้งข้อสังเกตในแง่มุมที่ต่างออกไปเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของลูกค้าที่เลือกใช้บริการ VPN ว่าพวกเขาจะได้รับการปกป้องข้อมูลมากแค่ไหนเมื่อใช้บริการเหล่านั้นจากผู้ให้บริการ โดยผลจากการวิจัยพบว่าผู้ให้บริการ VPN ส่วนมากไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของนโยบายความเป็นส่วนตัวจนอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสี่ยงที่ข้อมูลของผู้ใช้งานจะรั่วไหลออกไปได้

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโรมลาซาปีเอนซา (University of Rome La Sapienza) และควีนแมรี่ มหาวิทยาลัยลอนดอน (Queen Mary University of London) ได้ทดสอบการให้บริการ VPN โดยเลือกผู้ให้บริการที่มีผู้คนนิยมใช้บริการเป็นจำนวนมาก ได้แก่ VPN 14 เจ้าดังนี้ PureVPN, ExpressVPN, Hide My Ass, StrongVPN, AirVPN, VyprVPN, IPVanish, TorGuard, Tunnelbear, proXPN, Hotspot Shield Elite Astrill, Mullvad และ PrivateInternetAccess และผลการทดสอบก็มีความชัดเจนว่าผู้ให้บริการไม่ได้คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าเท่าเทียบกับความสำคัญในด้านอื่นๆ

กลุ่มนักวิจัยได้ทดสอบการใช้งาน VPN ของผู้ให้บริการทั้ง 14 เจ้าด้วยการลงทะเบียนข้อมูลและตรวจสอบโครงสร้างระบบ, เทคโนโลยีที่ใช้งาน รวมถึงซอฟต์แวร์ที่ผู้ใช้บริการจำเป็นจะต้องติดตั้ง พบว่าผู้ให้บริการส่วนใหญ่ยังคงใช้เทคโนโลยีที่ล้าสมัยอยู่ จากการทดลองโจมตีระบบในแบบทั้ง “Brute Force” และ “DNS Hijacking” ซึ่งผลออกมาเป็นที่น่าตกใจว่าผู้ให้บริการกว่า 10 เจ้าเกิดการรั่วไหลของข้อมูลออกมาสู่สาธารณะ และมีเพียงแค่ผู้ให้บริการเพียงเจ้าเดียวเท่านั้นที่มีการป้องกันการโจมตีในรูปแบบดังกล่าวได้

vpns-leak-data

อย่างไรก็ตามงานวิจัยดังกล่าวเป็นเพียงแค่มุมมองอีกด้านหนึ่งของกลุ่มนักวิจัยที่ต้องการให้ผู้ใช้บริการ VPN ได้เห็นความสำคัญถึงความปลอดภัยสูงสุดด้านความเป็นส่วนตัว แม้ว่าการถูกโจมตีจะเกิดความเสียหายค่อนข้างจำกัดก็ตาม แต่ผู้ใช้งานสามารถที่จะเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับความต้องการ และหากผู้ใช้งานเน้นความสำคัญด้านความเป็นส่วนตัวและต้องการปกปิดตัวตนที่แท้จริงก็ควรหันไปเลือกใช้ Tor แทนการใช้งาน VPN จากผู้ให้บริการทั่วไปแทน

VPN คืออะไร เรามีคำตอบ

Virtual-Private-Network-VPN-e1435735019635

เครือข่ายส่วนบุคคลเสมือน (Virtual Private Network) หรือ VPN คือ ระบบเครือข่ายส่วนบุคคลที่ทำงานโดยใช้แชร์ลิงค์หรือโครงสร้างของเครือข่ายสาธารณะ ซึ่งลิงค์อาจจะเป็นเครือข่ายอินเตอร์เนตหรืออาจจะวิ่งบนเครือข่ายไอพีซึ่งเป็นลิงค์ที่ถือว่าไม่มีความปลอดภัยของข้อมูล VPN เป็นการช่วยขยายเครือข่ายส่วนบุคคลโดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสาธารณะ ซึ่งการขยายเครือข่ายนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถแชร์ข้อมูลผ่านเครือข่ายสาธารณะได้ โดยที่ข้อมูลนั้นจะถูกเข้ารหัสไว้ ทำให้ดูเสมือนว่าเป็นการสื่อสารกันภายในเครือข่ายส่วนบุคคล VPN จะช่วยให้ผู้ใช้ที่ทำงานอยู่ที่บ้านหรือเดินทางไปทำธุรกิจที่อื่น จะสามารถเชื่อมต่อ เข้ามายังเครือข่ายขององค์กรตัวเองได้อย่างปลอดภัย ซึ่งคำว่า VPN จะครอบคลุมทั้งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ฮาร์ดแวร์ เช่น เราเตอร์และเกตเวย์ , ซอฟต์แวร์และส่วนที่เป็นไฟร์วอลล์

MPLSVPN

การเข้ารหัสแพ็กเก็ตเพื่อทำให้ข้อมูลมีความปลอดภัยนั้น จะมีอยู่หลายกลไกด้วยกัน โดยวิธีการเข้ารหัสข้อมูลหรือ encryption จะทำกันที่เลเยอร์ 2 หรือที่เรียกว่า Data Link Layer ซึ่งเป็นการเข้ารหัสในระดับต่ำ แต่ปัจจุบันมีการเข้ารหัสใน IP Layer โดยมักใช้เทคโนโลยียอดนิยมนั่นคือ IPSec (IP Security)

ปกติแล้ว VPN ถูกนำมาใช้กับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีสาขาอยู่ตามที่ต่างๆ และต้องการต่อเชื่อมเข้าหากันโดยยังคงสามารถรักษาเครือข่ายให้ใช้ได้เฉพาะสมาชิกภายในองค์กรที่กำหนดหรือผู้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเกี่ยวข้องด้วย เช่นลูกค้า, ซัพพลายเออร์ เป็นต้น อีกทั้ง VPN สามารถใช้งานแบบองค์กรเชื่อมต่อเครือข่ายหลักขององค์กรเข้ากับสาขาย่อยโดยผ่านเครือข่ายสาธารณะหรืออินเตอร์เน็ต โดยที่การเชื่อมต่อนั้นจะปลอดภัย เนื่องจากมีการเข้ารหัสไว้

บริการ VPN แบ่งเป็น 3 ประเภทซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานดังนี้

  • Access VPN  – เป็นรูปแบบการเข้าถึงเครือข่าย VPN จากอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆโดยสามารถเข้าถึงเครือข่ายได้ ใน 2 ลักษณะ โดยลักษณะแรก เป็นการเชื่อมต่อจาก client ใดๆก็ได้ โดยอาศัยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเป็นตัวกลางในการติดต่อ ซึ่งจะมีการเข้ารหัสในการส่งสัญญาณ จากเครื่องไคลเอ็นต์ (client) ไปสู่ ISP และลักษณะที่สองเป็นการเข้าถึงจากเครื่อง Network Access Server (NAS)โดยเริ่มต้นจากผู้ใช้ติดต่อมายัง ISP และจากนั้นจะมีการเข้ารหัสข้อมูลแล้วจึงส่งต่อไปยังปลายทาง ซึ่งสรุปแล้ว Access VPN เป็น VPN ที่เชื่อมต่อผู้ใช้งานในระยะไกล เช่น เจ้าหน้าที่บริษัทที่ต้องออกเดินทางออกนอกสถานที่บ่อยๆ
  • Intranet VPN – รูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่ในการเชื่อมต่อเครือข่าย VPN ที่ใช้เฉพาะภายในองค์กรหรือหน่วยงานเท่านั้น เช่น การต่อเชื่อมเครือข่ายระหว่างสาขาย่อยในต่างจังหวัดของธนาคารเข้ากับสาขาใหญ่ในกรุงเทพฯ ซึ่งสามารถทดแทนการเช่า ลีสไลน์ (leased line) ระหว่างกรุงเทพกับต่างจังหวัดโดยที่แต่ละสาขา สามารถต่อเชื่อมเข้ากับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต(ISP) ในแต่ละท้องที่ของสาขาเพื่อเชื่อมเข้าโครงข่าย VPN ขององค์กรอีกทีหนึ่ง
  • Extranet VPN เป็นรูปแบบในการเข้าถึงเครือข่ายจะมีลักษณะคล้ายกับ Intranet VPN แต่มี Extranet VPN จะมีขนาดใหญ่กว่า เพราะการขยายวงออกไปยังกลุ่มลูกค้าซัพพลายเออร์และพาร์ตเนอร์ เพื่อให้สามารถใช้เครือข่ายได้ ซึ่งสิ่งที่สำคัญในการเลือกใช้งาน Extranet VPN  นั้นคือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ISP นั้นจะต้องมีการวางระบบรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี มีส่วนอย่างมากในการส่งข้อมูลบน VPN ให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะถ้า ISP มีระบบความปลอดภัยมาก ก็จะช่วยให้ข้อมูลที่ส่งมามีความปลอดภัยมากขึ้น

โปรโตคอลที่ใช้สร้างระบบ VPN มีอยู่ 4 โปรโตคอลคือ

  • PPTP (Point-to-Point Tunneling Protocol)
  • L2F (Layer-2 Forwarding)
  • L2TP (Layer-2 Tunneling Protocol)
  • IPSec (IP Security Protocol)

สาเหตุที่มีหลายโปรโตคอลก็เนื่องจากความต้องการของลักษณะการใช้งาน VPN ไม่เหมือนกัน เช่น บางองค์กรต้องการที่จะเชื่อมต่อผู้ใช้โดยผ่าน RAS (Remote Access Server) ซึ่งจะใช้การเช่าลีสไลน์ (leased line) เพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายหลักขององค์กร ส่วนบางองค์กรอาจต้องการที่จะเชื่อมต่อเครือข่ายย่อยที่อยู่ห่างไกลโดยใช้ลิงค์ผ่านอินเตอร์เน็ต โปรโตคอล PPTP, L2F,L2TP ส่วนใหญ่จะใช้กับการเชื่อมต่อแบบลีสไลน์ ในขณะที่ IPSec จะนิยมใช้ในการเชื่อมต่อระหว่าง LAN กับ LAN  ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ VPN ฟรี และแบบเสียเงิน ให้บริการมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทย เช่น GoOnVPN.com , ch-tunnel.com